Blog · Batch 03
ผลการสำรวจภูมิทัศน์ทางอารมณ์ในโซเชียลมีเดียช่วงสถานการณ์ตึงเครียดไทย-กัมพูชา #3 (26 มิ.ย. – 9 ก.ค. 2025)
การสำรวจภูมิทัศน์ทางอารมณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ภายใต้สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชาครั้งที่ 3 (Batch#3) เก็บข้อมูลในช่วงเวลาระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน – 9 กรกฎาคม 2025 โดยได้รวบรวมความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมดจำนวน43,094 ข้อความจากแพลตฟอร์ม X โดยการเก็บข้อมูลในช่วงนี้มุ่งเน้นไปที่การติดตามปฏิกิริยาและเรื่องเล่าที่สะท้อนอารมณ์ สถานการณ์ และการตอบสนองของภาคส่วนต่าง ๆ ต่อเหตุการณ์ชายแดนที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
Message Over Time
เหตุการณ์สำคัญในช่วงเก็บข้อมูล
- 26 มิ.ย.
- นายกฯ ลงพื้นที่ให้กำลังใจทหารชายแดน
- ครม.-กต.-ศบ.ทก. ขยับคู่ขนาน ทั้งเร่งเยียวยาเอกชนไทยในกัมพูชา และย้ำหวังเจรจา หลีกเลี่ยงการดันเรื่องขึ้นศาลโลก
- กองกำลังบูรพา อนุโลมเปิด–ปิดด่านสระแก้วไม่เกินวันละ 1,000 คน ตามหลักมนุษยธรรม
- จตช. เผยแก๊งคอลฯ ลดลงหลังปิดด่าน–ตัดสัญญาณ เลขาฯ กสทช. ลงพื้นที่เช็กสัญญาณมือถือ-เน็ตชายแดน ไม่ให้ล้ำเขตกัมพูชา
- ภูมิธรรมยันกัมพูชายังใช้ไฟจากไทย 6 จุดตามสัญญาเก่า มองเป็นสงครามจิตวิทยา ขอ ปชช. อย่าใส่ใจมาก
- 27 มิ.ย.
- พณ.นครพนม จัดกิจกรรมขายผลไม้ช่วยผู้ประกอบการชายแดน กรมการค้าตปท. ประเมินผลกระทบปิด–เปิดด่าน สูญรายได้กว่า 1.4 หมื่นล./เดือน กรมสค. สั่งทูตพาณิชย์จีนตรวจสอบข้าวหอมกัมพูชาแอบอ้างเป็นของไทย
- ฮุน เซนขู่กัมพูชามีอาวุธยิงถึง กทม. ภูมิธรรมชี้ “ฮุน เซน” ทำสงครามข่าวสาร–จิตวิทยา
- ทหารเร่งปิดช่องทางลักลอบแนวชายแดน จับคนกัมพูชาลอบกลับประเทศผ่าน “ทางหมาลอด”
- 28 มิ.ย.
- ชุมนุมกลุ่ม #รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทย
- 29 มิ.ย.
- ศบ.ทก. ผ่อนผันเดินรถข้ามแดน 7 วัน บรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการ
- ฮุน มาเนต โพสต์ว่าไทยร้องขอเปิดด่านก่อน หากไทยเปิด กัมพูชาพร้อมเปิดใน 5 ชม. โฆษก ทบ. แจ้งไทยแค่ผ่อนผันเฉพาะรถสินค้าตกค้าง
- ผบ.ทร. ลงพื้นที่ชายแดนจันทบุรีเยี่ยมกำลังพล ย้ำปกป้องอธิปไตย–ให้อดทนต่อการยั่วยุ
- กัมพูชาประกาศระงับการค้าชายแดนทั้งหมด ไม่ให้ขนส่งสินค้าทุกประเภทเข้า–ออกตามแนวชายแดนกับไทย
- 1 ก.ค.
- ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องจากวุฒิสภา มีคำสั่งให้แพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ชั่วคราวระหว่างรอการวินิจฉัย
- กัมพูชาสั่งห้ามนำเข้าน้ำมันแก๊ส ผักผลไม้ และอาหารทะเลจากไทยทางทะเล โดยผู้ว่าฯ จ.แกบสั่งเข้มลาดตระเวน ด้าน “ฮุน มาเนต” แถลงโต้ไทย ใส่ร้ายกัมพูชา–ล้ำเส้นพื้นที่พิพาท ย้ำไม่แทรกแซงไทย มั่นใจความมั่นคงทางอาหาร
- หน่วยงานความมั่นคงไทยพบสัญญาณความร่วมมือระหว่างแฮกเกอร์เกาหลีเหนือกับกัมพูชาในการโจมตีไซเบอร์ต่อไทย แต่ยังไม่พบหลักฐานว่ารัฐหนุนหลังหรือเป็นการกระทำของบุคคล
- 5 ก.ค.
- ทหารกัมพูชายกกำลังพร้อมปืนกล ล้ำเขต จ.ศรีสะเกษ ทหารพรานไทยสกัดเกิดปะทะคารมวุ่น โฆษก ทบ. แจ้งไม่ใช่ความรุนแรง ต่างฝ่ายยึดข้อตกลง ขณะที่กองทัพภาค 2 มองเป็นแผนจัดฉากยั่วยุ-ถ่ายคลิปข่มทหารไทย
- รัฐบาลไทยคงมาตรการเดิม
- 6 ก.ค.
- กมธ.ความมั่นคงฯ นำโดยรังสิมันต์-ณัฐพงษ์ ลงพื้นที่ อ.อรัญฯ ศึกษาปัญหาแนวชายแดน
- กัมพูชาออกแถลงการณ์ประณามเหตุวุ่นที่ปราสาทตาควาย อ้างไทยก้าวร้าว
- 7-8 ก.ค.
- วธ.ไทย ชี้แจงกรณีกัมพูชาจะเสนอประเพณีแต่งงานแบบกัมพูชาต่อยูเนสโก ไม่ได้กล่าวอ้างหรือสอดแทรก “ชุดไทย” ตามที่มีข่าวในโซเชียล พร้อมยืนยันไทยเตรียมเสนอ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมกับยูเนสโกในปีหน้า
ผลการสำรวจข้อความในช่วงเวลาดังกล่าว พบว่าจำนวนข้อความรายวันในช่วงเวลานี้สะท้อนการขึ้นลงของความสนใจในประเด็นชายแดน โดยพบว่าช่วงวันที่ 26–29 มิถุนายนเป็นช่วงที่มีปริมาณข้อความสูงที่สุด โดยวันที่ 27 มิถุนายน มีจำนวนสูงสุดที่ 6,475 ข้อความ สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์สำคัญจำนวนมาก ทั้งในมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และการสื่อสารเชิงนโยบายจากผู้นำทั้งสองประเทศ ส่วนช่วงหลังจากวันที่ 3 กรกฎาคม ปริมาณข้อความลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวันที่ 5–7 กรกฎาคม ซึ่งมีข้อความไม่ถึง 2,000 ข้อความต่อวัน ก่อนจะทรงตัวในระดับใกล้เคียงกันจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม
เมื่อนำจำนวนข้อความรายวันมาเปรียบเทียบกับไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ พบว่าในช่วงต้นของการเก็บข้อมูล (26–29 มิถุนายน) มีการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นของทั้งรัฐบาลไทยและกัมพูชา ทั้งในด้านการใช้มาตรการบริหารชายแดน การแสดงจุดยืนทางการเมือง การโต้ตอบในประเด็นอ่อนไหว เช่น การค้าชายแดน การอ้างสิทธิในพื้นที่พิพาท และสงครามจิตวิทยา รวมถึงการเคลื่อนไหวผ่านการชุมนุมประท้วงของกลุ่ม “รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทย” ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงในช่วงหลังของการเก็บข้อมูล
แนวโน้มการลดลงของจำนวนข้อความในช่วงวันที่ 3–9 กรกฎาคม จึงอาจสะท้อนถึงการคลี่คลายของสถานการณ์ความตึงเครียดอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวมีสัญญาณบวกจากทั้งสองฝ่าย เช่น การเริ่มต้นการหารือระดับเจ้าหน้าที่ การส่งสัญญาณทางการเมืองที่เป็นบวกมากขึ้น หรือการเปิดช่องทางให้เกิดการพูดคุยในกรอบทวิภาคี ตลอดจนการสื่อสารกับประชาคมโลกผ่านช่องทางทางการทูตอย่างเป็นทางการ สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยลดแรงกระเพื่อมในโลกออนไลน์และสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากความตึงเครียดสูงไปสู่การควบคุมสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง
ในการวิเคราะห์ข้อมูล Batch 3 พบว่าเรื่องเล่าที่ปรากฏยังคงแบ่งออกได้เป็น 10 หัวข้อหลัก เช่นเดียวกับใน Batch ก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนความต่อเนื่องของประเด็นหลักที่ยังคงเป็นแกนกลางของการถกเถียงในพื้นที่ออนไลน์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
Emerged Topics
หัวข้อ Domestic Politics ปรากฏเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในช่วงเวลาการเก็บข้อมูล สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการนำเหตุการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชามาเชื่อมโยงกับสถานการณ์ทางการเมืองภายในไทย โดยพบการวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินงาน หรือท่าทีของรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็นอ่อนไหวอย่าง “เขาพระวิหาร” หรือการอ้างอิงถึง MOU ปี ค.ศ. 2000 หรือที่เรียกว่า “MOU43” ซึ่งรัฐบาลไทยย้ำจุดยืนว่าการเจรจาแก้ไขข้อพิพาทเขตแดนจะต้องเป็นไปตามกรอบทวิภาคีและสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ แต่กลับถูกตีความโดยกลุ่มที่วิจารณ์รัฐบาลว่าเป็นการอ่อนข้อให้กัมพูชาในลักษณะที่อาจทำให้ไทยสูญเสียอธิปไตย
นอกจากนี้ยังพบการถกเถียงเรื่องการนำหมุดและแนวเส้นสมมติของเขตแดนบริเวณปราสาทตาเมือนธมในแอปพลิเคชัน Google Map ถูกย้ายจากฝั่งไทยไปฝั่งกัมพูชา มาสร้างเรื่องเล่าแบบชาตินิยมที่เรียกร้องให้รัฐบาลไทยแสดงจุดยืนแข็งกร้าวมากขึ้นในการปกป้องดินแดน ประเด็นทางวัฒนธรรมเองก็ถูกหยิบยกมาเชื่อมโยงกับการเมืองภายใน เช่น กรณีที่กัมพูชาเสนอขึ้นทะเบียนประเพณีแต่งงานแบบกัมพูชาต่อยูเนสโก
หัวข้อ Life and Humanity พบเกือบ 1 ใน 4 ของเนื้อหาทั้งหมดในช่วงเวลาการเก็บข้อมูล สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของผู้คนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ชายแดน และความเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ในพื้นที่ออนไลน์ที่แปรผันตามความกลัว ความโกรธ และความวิตกกังวล หนึ่งในประเด็นย่อยที่พบอย่างชัดเจนคือการแสดงออกถึงความเกลียดชัง การเหมารวม การใช้ถ้อยคำรุนแรง ลดทอนความเป็นมนุษย์ของชาวกัมพูชา
หัวข้อ Sovereignty and Territorial คิดเป็น 8.62% ของข้อความทั้งหมด ในหลายข้อความปรากฏการรวมตัวของผู้ใช้งานที่แสดงออกถึงอารมณ์ชาตินิยมอย่างชัดเจน มีการโพสต์เนื้อหาที่เชิญชวนให้ “ปกป้องแผ่นดินไทย” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแนวชายแดน การเรียกร้องให้รัฐแสดงจุดยืนอย่างแข็งกร้าว และการโจมตีฝ่ายตรงข้ามที่ถูกมองว่าอ่อนข้อให้กับต่างชาติ
หัวข้อ Militarization ในช่วงเวลาการเก็บข้อมูลนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนเท่านั้น แต่แทรกซึมเข้าสู่บรรยากาศการเมืองภายในประเทศอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดกรณีคลิปเสียงสนทนาส่วนตัวระหว่างแพทองธาร ชินวัตร และสมเด็จฮุน เซน ที่ถูกนำมาเผยแพร่โดยฝั่งกัมพูชา ซึ่งจุดกระแสความเคลือบแคลงในหมู่ประชาชนและฝ่ายการเมืองในไทยอย่างกว้างขวาง นำไปสู่การตั้งคำถามต่อความชอบธรรมของนายกรัฐมนตรี และคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้แพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว
หัวข้อ Retaliatory Measures พบว่าบทสนทนาในโลกออนไลน์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการถกเถียงถึงมาตรการทางการเท่านั้น แต่ยังสะท้อนผ่านบทสนทนาและอารมณ์ของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเด็นเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมกลายมาเป็นจุดสนใจหลัก เช่น กรณีการคืนโบราณวัตถุของกัมพูชา 20 รายการ และกรณีขึ้นทะเบียนประเพณีแต่งงานกับยูเนสโก
หัวข้อ Peacebuilding แม้จะปรากฏในสัดส่วนที่ไม่สูงมากแต่เนื้อหาภายใต้หัวข้อนี้มีนัยสำคัญในฐานะพื้นที่ของความพยายามลดทอนความตึงเครียด เช่น การลงพื้นที่ของแม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชายแดน การส่งมอบสิ่งของยังชีพจากฝ่ายไทยให้กัมพูชา หรือมาตรการผ่อนผันการเดินรถข้ามแดนชั่วคราว
หัวข้อ Identity and Culture ปรากฏขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมพื้นที่ชายแดน เช่น การพูดถึงการ “ตัดไฟฟ้า” หรือ “ตัดอินเทอร์เน็ต” จากฝั่งไทยที่ส่งไปฝั่งกัมพูชา รวมถึงการโยงพื้นที่ชายแดนกับอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์
หัวข้อ Legal Mechanisms สะท้อนความพยายามของทั้งภาครัฐและภาคประชาชนในการประคับประคองความสัมพันธ์ผ่านกลไกทวิภาคี เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) รวมถึงการเปรียบเทียบสถานการณ์กับความขัดแย้งระหว่างประเทศอื่น เช่น ยูเครน–รัสเซีย หรืออิสราเอล–ปาเลสไตน์
หัวข้อ Colonial Legacy and Historical Memory พบการพูดถึงแนวทางการยกระดับข้อพิพาทขึ้นสู่เวทีระหว่างประเทศ เช่น การอ้างถึงคำตัดสินของศาลโลกในกรณีพื้นที่พิพาทรอบปราสาทพระวิหาร รวมถึงประเด็นข้อผูกพันทางกฎหมาย เช่น การส่งคืนวัตถุโบราณให้กัมพูชา
หัวข้อ Pro-War and Call for Violence พบการเคลื่อนไหวบางส่วนที่โน้มเอียงไปสู่การสนับสนุนการใช้กำลังหรือแนวทางที่แข็งกร้าวต่อข้อพิพาทชายแดน ที่น่ากังวลคือยังพบกลุ่มข้อความที่เสนอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองด้วยวิธีที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เช่น การพูดถึงการ “ยึดอำนาจ” ซึ่งแม้จะเป็นส่วนน้อยแต่มีลักษณะเป็น hate speech ที่มีเจตนาใช้ความรุนแรง
Sentiment Distribution
สัดส่วนของอารมณ์ (sentiment) ที่ปรากฏในชุดข้อมูลช่วงวันที่ 26 มิถุนายน - 9 กรกฎาคม 2025 พบว่าอารมณ์โดยรวมมีแนวโน้มไปในทางลบค่อนข้างสูง โดยข้อความกว่า 57.85% จัดอยู่ในกลุ่ม Negative สะท้อนภาวะความไม่พอใจ ความไม่ไว้วางใจ หรือแม้แต่ความเกลียดชังที่เกิดขึ้นในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ในช่วงเวลาดังกล่าว ข้อความ33.74% ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Neutral มีเพียง8.41% เท่านั้นที่แสดงอารมณ์เชิงบวก (Positive) ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการให้กำลังใจ ความร่วมมือ หรือความหวังในแนวทางสันติภาพ
Sentiment Distribution by Topic
เมื่อจำแนกอารมณ์ตามหัวข้อหลัก พบความแตกต่างอย่างชัดเจนในแต่ละหัวข้อ โดยหัวข้อที่มีสัดส่วนข้อความเชิงลบสูงที่สุด คือ “Identity and Culture” (64.46%) ตามมาด้วย “Domestic Politics” (63.78%) และ “Life and Humanity” (57.35%) ซึ่งทั้งสามหัวข้อนี้สะท้อนการรับรู้ต่อความขัดแย้ง การถูกคุกคามทางวัฒนธรรม ความเปราะบางของอัตลักษณ์ หรือความไม่ไว้วางใจต่อกลไกทางการเมือง
ในทางตรงกันข้าม หัวข้อที่มีสัดส่วนข้อความเชิงบวกมากที่สุด ได้แก่ “Peacebuilding” (17.36%) ซึ่งเชื่อมโยงกับการส่งเสริมสันติภาพ ความร่วมมือในพื้นที่ชายแดน และปฏิบัติการด้านมนุษยธรรม น่าสังเกตว่า แม้หัวข้อ “Pro-War and Call for Violence” จะมีสัดส่วนข้อความที่ถูกจัดว่าเป็น Positive สูงถึง 14.93% แต่เมื่อตรวจสอบเนื้อหาลึกลงไปพบว่าข้อความ Positive ในกลุ่มนี้จำนวนหนึ่งกลับสะท้อนการสนับสนุนท่าทีแข็งกร้าวหรือแนวคิดแบบ militarist
ในขณะที่ “Militarization” และ “Sovereignty and Territorial” แม้มีระดับข้อความลบไม่สูงนัก (40.31% และ 38.26%) ก็ยังสะท้อนความกังวลและการจับตามองบทบาทกองทัพกับการเมืองภายในประเทศ น่าสังเกตว่า Legal Mechanisms เป็นหัวข้อที่มีสัดส่วนข้อความเป็นกลางสูงที่สุดถึง 89.86%
Hate Speech Distribution
- TYPE 1
- Cursing with vulgar words, insulting intelligence, and creating otherness
- TYPE 2
- Doxing and harassment, and intimidation
- TYPE 3
- Stereotyping, labeling, devaluing, dehumanizing, and demonizing
- TYPE 4
- Discrimination
- TYPE 5
- Incitement, glorification, support, legitimization, and representation of violence
หลังจากการวิเคราะห์ Sentiment แล้วพบว่าข้อความเชิงลบมีสัดส่วนสูงที่สุด กล่าวคือ มีจำนวนทั้งสิ้น 24,931 ข้อความ เมื่อวิเคราะห์ข้อความกลุ่มนี้ในเชิงลึกผ่านมิติของ Hate Speech พบว่า ข้อความจำนวนมากมีลักษณะของการใช้ถ้อยคำที่สะท้อนความเกลียดชังหรือความเป็นปฏิปักษ์ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็น 5 ประเภท
ประเภท 1 (Cursing, Insulting Intelligence, Otherness) คิดเป็น 74.51% ของข้อความทั้งหมดที่เข้าข่าย hate speech ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะของความโกรธ ความเกลียดชัง และการใช้อารมณ์เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการสื่อสารบนโลกออนไลน์
รองลงมาคือ ประเภทที่ 3 (Stereotyping, Labeling, Dehumanizing) พบ 21.87% ซึ่งชี้ให้เห็นถึงกระบวนการสร้างศัตรูในระดับที่ลึกกว่าเพียงแค่การใช้คำหยาบ แต่รวมถึงการทำลายคุณค่าของกลุ่มเป้าหมายในเชิงโครงสร้าง อาทิ การเรียกชาวกัมพูชาว่า “ขอทาน”
ขณะที่ ประเภทที่ 2 (Harassment, Doxing, Intimidation) พบในสัดส่วนที่ต่ำมากเพียง 1.06% และ ประเภทที่ 4 (Discrimination) มีเพียง 2.21% โดยมากมักปรากฏในกรณีที่มีการเสนอให้ “ห้ามคนกัมพูชาเข้าประเทศ” หรือ “ตัดสิทธิ์แรงงานต่างด้าว” ส่วน ประเภทที่ 5 (Incitement, Glorification of Violence) ซึ่งถือเป็นระดับรุนแรงที่สุดคือการสนับสนุนความรุนแรง พบเพียง 0.35% เท่านั้น
กล่าวโดยสรุป การกระจุกตัวของ hate speech ส่วนใหญ่อยู่ที่ประเภท 1 และ 3 บ่งชี้ถึงลักษณะเฉพาะของการสื่อสารในบริบทวิกฤตความขัดแย้ง ที่อารมณ์โกรธและการสร้างภาพศัตรูเป็นกลไกหลักในการเคลื่อนไหวทางความรู้สึกของสาธารณะ ซึ่งควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษหากจะพัฒนาเครื่องมือหรือแนวทางสำหรับการเตือนภัยล่วงหน้า (early warning) ต่อการลุกลามของความรุนแรงในพื้นที่ออนไลน์
Top 10 Account by Post Count
ในการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้งานที่มีบทบาทสูงในชุดข้อมูล พบว่าเครือข่ายบทสนทนาออนไลน์ขับเคลื่อนโดยทั้งบัญชีสื่อกระแสหลักและผู้ใช้งานทั่วไป โดยในกลุ่มบัญชีที่มีจำนวนโพสต์มากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นสื่อมวลชน เช่น PPTVHD36 ThaiPBSNews MatichonOnline thaipost และ naewna_news ที่ทำหน้าที่รายงานสถานการณ์ข่าวสารอย่างต่อเนื่อง โดยมีโทนข้อความส่วนใหญ่เป็นกลาง (neutral) ในขณะเดียวกัน บัญชีผู้ใช้งานทั่วไป เช่น xixxxx และ Nuxxxx ก็มีจำนวนโพสต์สูงในลักษณะที่แสดงอารมณ์และความคิดเห็นส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะ Nuxxxx ที่อยู่ในหลายตารางพร้อมกัน
Top 10 Account with Most Mentions Other
เมื่อพิจารณาบัญชีที่มีพฤติกรรมกล่าวถึงคนอื่นมากที่สุด ได้แก่ Nuxxxx mexxxx boxxxx และ Gixxxx พบว่าผู้ใช้งานกลุ่มนี้มีแนวโน้มเป็นผู้สร้างเครือข่ายสนทนาและดึงผู้อื่นเข้าสู่บทสนทนาอย่างต่อเนื่อง หรือเป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการโต้ตอบในพื้นที่ดิจิทัล
Top 10 Account by Sentiment
ในมิติของอารมณ์ พบว่าผู้ใช้ทั่วไปหลายรายเป็นผู้ผลิตข้อความเชิงลบในระดับสูง เช่น Nuxxxx ekxxxx และ Gixxxx โดยมีสัดส่วนข้อความเชิงลบตั้งแต่ 10–15% ขึ้นไป ขณะที่บัญชีสื่อ เช่น ThaiPBSNews, MatichonOnline และ PPTVHD36 ยังคงรักษาน้ำเสียงกลางเป็นหลัก สำหรับบัญชีที่มีข้อความเชิงบวกสูง มักเน้นการส่งต่อกำลังใจ เรียกร้องสันติภาพ หรือสนับสนุนท่าทีประนีประนอม