Blog · Batch 02

ผลการสำรวจภูมิทัศน์ทางอารมณ์ในโซเชียลมีเดียช่วงสถานการณ์ตึงเครียดไทย-กัมพูชา #2 (12 – 25 มิ.ย. 2025)

การสำรวจภูมิทัศน์ทางอารมณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ภายใต้สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชาครั้งที่ 2 (Batch#2) เก็บรวบรวมความคิดเห็นของผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม X ระหว่างวันที่ 12 - 25 มิถุนายน 2025 โดยใช้ keywords ที่เกี่ยวข้อง ผลการเก็บข้อมูลพบว่ามีข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศรวมทั้งสิ้น57,709 ข้อความ

Message Over Time

เหตุการณ์สำคัญในช่วงเก็บข้อมูล

  1. 12 มิ.ย.
    • ฮุน มาเนต สั่งยุติซื้อไฟฟ้า–อินเทอร์เน็ตจากไทย และห้ามออกอากาศภาพยนตร์ไทยทุกประเภท
    • มท. สั่งผู้ว่าฯ สั่งสำรวจหลุมหลบภัย ซ้อมแผนเคลื่อนย้ายประชาชน–เตรียมยานพาหนะใกล้พื้นที่เสี่ยง
    • กต. ย้ำ 3 แนวทางในการเจรจา JBC เพื่อลดความตึงเครียด การแบ่งเขตแดนที่ชัดเจน และจะปกป้องและไม่ยอมเสียดินแดนไทยโดยเด็ดขาด
    • กองกำลังบูรพาจำกัดจำนวนรถข้ามแดนที่ด่านอรัญประเทศ
    • กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎร เชิญฝ่ายความมั่นคงหารือแนวยุทธศาสตร์ก่อนประชุม JBC
    • ฝรั่งเศส (มาครง) เสนออำนวยความสะดวกจัดหาหลักฐานให้ทั้งสองฝ่ายเพื่อสนับสนุนกระบวนการแก้ปัญหา
  2. 14-15 มิ.ย.
    • การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC)
  3. 16 มิ.ย.
    • ฮุน มาเนต ส่งเรื่อง 4 พื้นที่พิพาทให้ ICJ พิจารณา
    • ฮุน เซน ยื่นคำขาดให้ไทยเปิดด่านชายแดนทั้งหมดกับกัมพูชาภายใน 24 ชม. ไม่เช่นนั้นกัมพูชาจะปิดทุกด่านและห้ามนำเข้าสินค้าไทย
    • นายกฯ ไทย เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือผลการประชุม JBC ไทย-กัมพูชา
    • กต. ชี้ประชุม JBC ไม่มีการหารือ ICJ หรือแผนที่ 1:200,000 ตามที่กัมพูชาอ้าง และไทยชัดเจนว่าไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก
    • ชาวกัมพูชาบางส่วนทยอยเดินทางกลับประเทศผ่านช่องจอม ด้าน รมว.แรงงาน ย้ำไม่มีการผลักดันแรงงานกลับประเทศ
    • เพื่อไทยย้ำแนวทาง “เส้นทางสันติวิถี” หนุนสันติภาพระหว่างประเทศและเสถียรภาพภูมิภาค
  4. 18 มิ.ย.
    • ฮุน เซน เผยคลิปเสียงสนทนาส่วนตัวระหว่างฮุน เซน กับ แพทองธาร
    • ฮุน มานี และ ปธ.สหภาพเยาวชนกัมพูชา นำม็อบสนับสนุนรัฐบาลกัมพูชาต่อมาตรการเรื่องชายแดน
    • มีข่าวลือว่ากัมพูชาไม่เข้าร่วมประชุม RBC ภูมิธรรมย้ำว่าไทยไม่ได้ปิดด่าน แต่จำกัดเวลาเปิด–ปิด พร้อมชี้ข่าวกัมพูชาไม่ร่วมประชุม RBC เป็นความเข้าใจผิด
  5. 19 มิ.ย.
    • กัมพูชาปิดด่านช่องอานม้าโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ห้ามประชาชนข้ามชายแดน
    • นายกฯ แถลงขอโทษต่อปมคลิปเสียง ชี้เป็นภัย สร้างความแตกแยก–ย้ำเป็นหนึ่งเดียวกับกองทัพ กต.ไทย เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ยื่นหนังสือประท้วงเรื่องคลิปเสียงระหว่างแพทองธาร–ฮุน เซน ว่าละเมิดหลักการทูต
    • หน่วยป้องกันชายแดนจันทบุรี–ตราด ประกาศห้ามบินโดรนในพื้นที่ราชการ/เขตหวงห้าม เน้นความมั่นคงชาติ
    • สภาวุฒิสมาชิก–กมธ.ทหาร/ความมั่นคง ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกฯ ลาออก มีการชุมนุมกดดันนายกฯ ยุบสภาจากกลุ่ม คปท. กมธ.ทหาร–ส.ว. จี้นายกฯ ลาออก พร้อมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ–ป.ป.ช. ชี้ผิดจริยธรรมขั้นร้ายแรง
    • ท่าทีพรรคการเมือง ภูมิใจไทยถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล พลังประชารัฐ–รวมไทยสร้างชาติ–ไทยสร้างไทย ออกแถลงเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก พรรคประชาชนเรียกร้องยุบสภา เพื่อไทยประกาศหนุนแนวทางสันติใช้สันติวิถีรักษาอธิปไตย
  6. 22 มิ.ย.
    • น้ำมันในกัมพูชาขาดแคลน–ราคาพุ่ง ประชาชนแห่เข้าฝั่งไทยเติมน้ำมัน พรรคเพื่อไทยแถลงย้ำว่านายกฯ จะไม่ลาออกหรือยุบสภา
  7. 23 มิ.ย.
    • ฮุน มาเนตประกาศปิดด่านถาวรต่อไป และไม่เข้าร่วมประชุมหรือการหารือใด ๆ รวมถึง JBC จนกว่าไทยจะเปิดด่านทั้งหมด
    • นายกฯ ประชุมปราบอาชญากรรมข้ามชาติ ย้ำกัมพูชาเป็น “ศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ใหญ่ที่สุดในโลก”
    • นายกฯ แถลงมาตรการเข้ม ตัดเน็ต–ไฟฟ้า–น้ำมัน ห้ามผ่านแดน เพื่อปราบ “แก๊งสแกมเมอร์” กองทัพสั่งยกระดับการควบคุมเข้า-ออก 6 ด่านและ 10 จุดผ่อนปรน ตลอดแนวไทย–กัมพูชา

ในช่วงเวลาดังกล่าวมีข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศรวมทั้งสิ้น 57,709 ข้อความ จำนวนข้อความยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจากช่วงต้นเดือนมิถุนายน โดยปรากฏความเคลื่อนไหวเชิงนโยบายและการเมืองที่เข้มข้นขึ้น ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2025 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลกัมพูชาประกาศระงับการนำเข้าไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และสื่อบันเทิงจากไทย ขณะที่ทางการไทยแสดงจุดยืนชัดเจนในการรักษาอธิปไตยผ่านการแถลงข่าวและการประชุมในระดับนโยบาย จำนวนข้อความปรากฏสูงที่สุดในวันที่ 18 มิถุนายน 2025 ซึ่งมีทั้งกรณีคลิปเสียงสนทนาส่วนตัวของผู้นำทางการเมือง รวมถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนกัมพูชาสนับสนุนรัฐบาลผ่านการชุมนุมในประเทศ

ในช่วงวันที่ 19–21 มิถุนายน 2025 สถานการณ์ในไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเกิดแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศที่เชื่อมโยงกับข้อพิพาทชายแดน โดยเฉพาะสืบเนื่องจากกรณีคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่ ส่งผลให้แพลตฟอร์ม X กลายเป็นพื้นที่ของการถกเถียงทางการเมืองภายในควบคู่กับข้อพิพาทระหว่างประเทศ ในขณะเดียวกัน บริบทด้านมนุษยธรรมก็ปรากฏควบคู่ไปด้วย เช่น การเปิดด่านชั่วคราวเพื่อรับผู้ป่วยฉุกเฉินชาวกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม การตอบโต้ระหว่างรัฐเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงวันที่ 23–25 มิถุนายน 2025 จากการที่รัฐบาลกัมพูชาประกาศจะปิดด่านชายแดนอย่างถาวร และไม่เข้าร่วมการหารือกับฝ่ายไทย จนกว่าจะมีการเปิดจุดผ่านแดนทั้งหมดในเวลาเดียวกัน ในฝั่งไทย นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งยกระดับแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลให้เกิดข้อความที่มีความหลากหลายในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งการตั้งคำถามต่อการตัดสินใจของรัฐบาลไทย การวิพากษ์วิจารณ์มาตรการของกัมพูชา ตลอดจนการแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองฝั่งของชายแดน

ในการวิเคราะห์ข้อมูล Batch 2 พบว่าเรื่องเล่าที่ปรากฏยังคงแบ่งออกได้เป็น 10 หัวข้อหลักเช่นเดียวกับใน Batch 1 ซึ่งสะท้อนความต่อเนื่องของประเด็นหลักที่ยังคงเป็นแกนกลางของการถกเถียงในพื้นที่ออนไลน์ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชามีความเข้มข้นและขยายตัวมากขึ้นในช่วงเวลาของ Batch 2 ทำให้แต่ละหัวข้อมีรายละเอียดที่ลึกลงไปกว่าครั้งก่อน มีการแตกย่อยประเด็นการสนทนามากยิ่งขึ้น

Emerged Topics

หัวข้อ Life and Humanity พบในสัดส่วนสูงที่สุด (28.24%) สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นชีวิต ความเป็นอยู่ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศยังคงเป็นหัวใจของความสนใจในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ หัวข้อย่อยที่ปรากฎชัดคือเรื่องเล่าความเกลียดชังและการเหมารวมต่อชาวกัมพูชา รวมถึงประเด็น “แรงงานข้ามชาติ” และเรื่องเล่าที่พยายามเชื่อมโยงกัมพูชากับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น แก๊งคอลเซนเตอร์

หัวข้อ Domestic Politics พบในสัดส่วนลำดับต่อมา (27.09%) สะท้อนว่าสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไม่ได้ถูกพูดถึงในฐานะประเด็นระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียว หากแต่กลายเป็นพื้นที่ขยายความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศอย่างเข้มข้น วาทกรรม “ขายชาติ” เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าหลัก ที่ปรากฏผ่านคำว่า “ขายชาติ” “กบฏ” และยังพบว่าความเป็น “ผู้นำหญิง” ของนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร กลายมาเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตี ซึ่งพบว่ายังถูกลดทอนในมิติทางเพศ (misogyny) อย่างรุนแรง

หัวข้อ Sovereignty and Territorial พบในสัดส่วนถัดมา (13.18%) สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลใจและความเข้มข้นทางอารมณ์ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเรื่องเล่าการยกย่องบทบาทของทหารในการปกป้องอธิปไตย และการสร้างภาพคู่ขัดแย้งผ่านการมองว่าผู้นำกัมพูชา เช่น ฮุน มาเนต หรือฮุน เซน เป็นผู้ท้าทายอธิปไตยไทย

หัวข้อ Militarization ครอบคลุมข้อความ 11.64% สะท้อนบทบาทและภาพจำของ “ทหาร” ในหลายมิติ ตั้งแต่เรื่องเล่าเกี่ยวกับทหารในฐานะ “ผู้ปกป้องอธิปไตย” ไปจนถึงหัวข้อย่อยที่ผูกโยงทหารเข้ากับประวัติศาสตร์การเมืองไทยในประเด็นรัฐประหาร เช่น แฮชแท็ก #ไม่เอารัฐประหาร

หัวข้อ Retaliatory Measures มีสัดส่วนประมาณ 7.43% เป็นการพูดคุยถึงมาตรการปิด–เปิดด่านชายแดน และการ “ตัดไฟ–ตัดเน็ต” ซึ่งแม้รัฐบาลจะปฏิเสธว่าไม่มีมาตรการดังกล่าว แต่มักถูกนำเสนอในฐานะมาตรการตอบโต้ที่สะท้อนความไม่พอใจของประชาชน

หัวข้อ Peacebuilding มีสัดส่วน 5.88% เป็นการพูดคุยในมิติของความพยายามคลี่คลายความตึงเครียดโดยไม่ใช้ความรุนแรง เน้นการเจรจา การเคารพหลักมนุษยธรรม และการรักษาชีวิตและศักดิ์ศรีของประชาชนเป็นหลัก

หัวข้อ Identity and Culture แม้มีสัดส่วนไม่มาก (3.46%) แต่มีพลังทางอารมณ์สูง พบการใช้ถ้อยคำหยาบคายและการเหยียดชาติพันธุ์ เช่น “#scambodia” รวมถึงประเด็นการปะทะเชิงวัฒนธรรมเรื่องมวยไทย

หัวข้อ Legal Mechanisms มีสัดส่วนอยู่เพียง 1.31% เน้นการอ้างอิงกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น ICJ และ JBC ทำหน้าที่เป็นเหมือน “จุดสมดุล” ของพื้นที่ออนไลน์ที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่ารุนแรงหรืออารมณ์ทางการเมือง

หัวข้อ Colonial Legacy and Historical Memory คิดเป็นเพียง 1.26% แต่สะท้อนเรื่องเล่าความทรงจำทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะคำตัดสินของ ICJ ปี 1962 กรณีปราสาทพระวิหาร และประเด็น “แผนที่ 1:200,000” รวมถึงกรณีข้อพิพาทวัดภูม่านฟ้ากับปราสาทนครวัด

หัวข้อ Pro-War and Call for Violence แม้เป็นหัวข้อที่มีสัดส่วนน้อยที่สุด (1.21%) แต่มีน้ำหนักเชิงอารมณ์สูง เนื้อหาในกลุ่มนี้ไม่ได้ปรากฏในลักษณะของการเรียกร้องให้ทำสงครามโดยตรง แต่แฝงอยู่ในรูปแบบของการให้ความชอบธรรมต่อการใช้กำลัง ภายใต้กรอบของการ “ปกป้องอธิปไตย”

Sentiment Distribution

เมื่อพิจารณาสัดส่วนของอารมณ์ (sentiment) ที่ปรากฎในชุดข้อมูลช่วงวันที่ 12-25 มิถุนายน 2025 พบว่าอารมณ์ของข้อความใน Batch 2 ยังแสดงแนวโน้มไปในทางลบเป็นหลัก โดยข้อความที่จัดอยู่ในกลุ่ม Negative มีสัดส่วนสูงถึง 60.5% ขณะที่ข้อความ Neutral อยู่ที่ 34.7% และPositive เพียง 4.8% แม้จะมีสัญญาณของการกระจายตัวของอารมณ์มากขึ้นเล็กน้อย แต่อารมณ์เชิงลบยังคงเป็นแรงขับหลักในพื้นที่ออนไลน์

Sentiment Distribution by Topic

หัวข้อ “Identity and Culture” และ “Domestic Politics” มีสัดส่วนข้อความเชิงลบสูงเกิน 77% ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในทุกหมวดหมู่ สะท้อนแนวโน้มการเมืองเชิงอารมณ์ (Politics of Emotion) ที่ขับเคลื่อนด้วยความโกรธและการสร้าง “ศัตรูร่วม”

ขณะเดียวกัน หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับกลไกเชิงสถาบัน เช่น “Legal Mechanisms” ซึ่งมีข้อความ Neutral ถึง 70.12% และ “Peacebuilding” ที่มีข้อความ Positive สูงสุดในชุดข้อมูลนี้ (13.87%) ชี้ให้เห็นว่าการสื่อสารเชิงโครงสร้างยังมีพื้นที่ในการโน้มน้าวอารมณ์ผู้ใช้งานให้คลี่คลายความตึงเครียด หัวข้อ “Pro-War and Call for Violence” แม้ไม่มีจำนวนข้อความสูง แต่สะท้อนอารมณ์เชิงสนับสนุนการใช้กำลังในสัดส่วนที่น่าจับตา (Positive 12.17%)

Hate Speech Distribution

TYPE 1
Cursing with vulgar words, insulting intelligence, and creating otherness
TYPE 2
Doxing and harassment, and intimidation
TYPE 3
Stereotyping, labeling, devaluing, dehumanizing, and demonizing
TYPE 4
Discrimination
TYPE 5
Incitement, glorification, support, legitimization, and representation of violence

หลังจากการวิเคราะห์ Sentiment แล้วพบว่าข้อความเชิงลบมีสัดส่วนสูงที่สุด มีจำนวนทั้งสิ้น 35,993 ข้อความ

ประเภท 1 (Cursing, Insulting Intelligence, Otherness) ยังคงมีสัดส่วนสูงที่สุดถึง 71.56% ประกอบด้วยถ้อยคำด่าทอ หยาบคาย การดูถูกสติปัญญา หรือการสร้างความเป็นอื่นระหว่างกลุ่ม โดยเฉพาะต่อชาวกัมพูชา

รองลงมา ประเภท 3 (Stereotyping, Labeling, Dehumanizing) ปรากฏในสัดส่วนสูงเช่นกัน คือ 23.19% โดยแสดงออกในลักษณะการตีตราและเหมารวม การสร้างภาพจำที่บั่นทอนศักดิ์ศรีของกลุ่มเป้าหมาย

Hate Speech ประเภท 4 (Discrimination) พบในสัดส่วนถัดมา (3.43%) เป็นข้อความที่แสดงออกถึงการแบ่งแยกหรือเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มชาติพันธุ์

ในส่วนของ ประเภท 2 (Harassment, Doxing, Intimidation) มีสัดส่วนอยู่ที่ 1.46% คือการระบุตัวบุคคล การคุกคาม หรือการข่มขู่ และสุดท้าย ประเภท 5 (Incitement, Glorification of Violence) ปรากฏในสัดส่วน 0.36% แม้จะน้อยมาก แต่เนื้อหาในประเภทนี้มีความอ่อนไหวสูง เนื่องจากให้ความชอบธรรมกับความรุนแรงโดยตรง

โดยสรุป การวิเคราะห์ข้อความ Hate Speech ใน Batch 2 ชี้ให้เห็นถึงการคงอยู่และการแพร่กระจายของถ้อยคำที่สะท้อนความเกลียดชังในระดับต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะฝังรากลึกและโยงกับการรับรู้เรื่อง “ศัตรูร่วม” และ “การปกป้องชาติ” อย่างเข้มข้น

Top 10 Account by Post Count

บัญชีที่มีบทบาทสูงสุดในเชิงการผลิตเนื้อหา ได้แก่ บัญชีของสื่อมวลชนกระแสหลัก เช่น ThaiPBSNews (423 ข้อความ), naewna_news (377 ข้อความ), PPTVHD36 (369 ข้อความ) และ MatichonOnline (272 ข้อความ) นอกจากนี้ยังพบบัญชีผู้ใช้งานทั่วไปบางรายที่มีจำนวนโพสต์สูง เช่น xixxxx และ baxxxx ซึ่งอาจมีบทบาทเฉพาะในฐานะ micro-influencer

Top 10 Account with Most Mentions Other

บัญชี boxxxx มีจำนวนการกล่าวถึงบุคคลอื่นรวมสูงถึง 231 ครั้ง รองลงมาคือ Lixxxx (146 ครั้ง) และ Zaxxxx (132 ครั้ง) พฤติกรรมเช่นนี้สะท้อนถึงลักษณะของผู้ใช้งานที่มีบทบาทเชิงรุกในเชิงปฏิสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการชี้เป้า โต้แย้ง หรือการเคลื่อนไหวแบบ networked mobilization

Top 10 Account by Sentiment

Neutral
    Negative
      Positive

        ในกลุ่มข้อความเชิงบวก บัญชี baxxxx มีสัดส่วนเนื้อหาบวกสูงสุด (14.69%) รองลงมาคือ KhaosodOnline (12.8%) และ naewna_news (12.32%) ผู้วิจัยขอแสดงข้อสังเกตว่า การจัดประเภทข้อความของบัญชี RTARF_PR ซึ่งเป็นหน่วยงานประชาสัมพันธ์ของกองทัพไทย อาจได้รับการตีความโดยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ว่าเป็นข้อความเชิงบวกจากถ้อยคำเชิงกำลังใจ เช่น “#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด” อย่างไรก็ตาม จากจุดยืนของผู้วิจัย ข้อความลักษณะนี้ควรได้รับการพิจารณาว่าเป็นการสื่อสารที่สนับสนุนความรุนแรงเชิงโครงสร้างหรือเรื่องเล่าที่สนับสนุนชาตินิยม มากกว่าการส่งเสริมบรรยากาศแห่งสันติภาพ

        ในทางตรงกันข้าม บัญชี stxxxx และ baxxxx ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีสัดส่วนข้อความเชิงลบสูงถึง 17% และ 16.5% ตามลำดับ สำหรับกลุ่มบัญชีที่ผลิตเนื้อหาเป็นกลาง ส่วนใหญ่เป็นสื่อกระแสหลัก เช่น ThaiPBSNews (16.15%), PPTVHD36 (13.38%) และ MorningNewsTV3 (10.36%)

        อย่างไรก็ตาม สื่อกระแสหลักมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการส่งผลต่อทิศทางของอารมณ์สาธารณะ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการรายงานหรือแปลโพสต์ส่วนบุคคลของบุคคลสาธารณะ เช่น อดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ซึ่งนำไปสู่การแพร่กระจายของข่าวลือ ความเข้าใจผิด และการตอบโต้ระหว่างประชาชนในโลกออนไลน์ จนหลายหน่วยงานของรัฐบาลไทยต้องออกมาแก้ข่าวหรือชี้แจงเป็นรายวัน

        สามารถดูข้อมูล Dashboard ได้ที่ neomomentum.co/c-map

        กลับหน้าหลัก

        Messages
        Share of total